
สูตรเฉพาะ (Custom Formula) vs สูตรโรงงาน (Stock Formula) เลือกยังไงไม่ให้เสียเงินฟรี
กันยายน 26, 2026
รีวิวโรงงานผลิตเครื่องสำอางเกาหลี ดูขั้นตอนก่อนทำแบรนด์
ตุลาคม 4, 2026ในปี 2568 ตลาดเครื่องสำอางเกาหลีส่งออกมีมูลค่าสูงถึง 10.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 11 เดือนแรก ข้อมูลจาก KOTRA ผ่านสื่อ Seoul Economic Daily ชี้ว่าเวชสำอางเกาหลีหรือ Dermocosmetics เป็นหนึ่งในหมวดสินค้าที่เติบโตเร็วที่สุด เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือนวัตกรรมจากคลินิกศัลยกรรมเกาหลีที่ผสานงานวิจัยทางการแพทย์เข้ากับเครื่องสำอางค่ะ
เวชสำอางเกาหลีคืออะไร ต่างจากเครื่องสำอางทั่วไปอย่างไร
เวชสำอาง หรือ Dermocosmetics คือ ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างเครื่องสำอางและยา โดยมีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (Active Ingredients) ในระดับเข้มข้นที่ผ่านการทดสอบทางคลินิก สามารถใช้ร่วมกับการรักษาทางการแพทย์ได้ เช่น ครีมบำรุงผิวหลังเลเซอร์ ครีมลดรอยดำสำหรับผู้ที่ทำหัตถการ เซรั่มสำหรับผิวแพ้ง่าย และครีมกันแดดที่ผ่านการทดสอบกับแพทย์ผิวหนังค่ะ
ความแตกต่างจากเครื่องสำอางทั่วไปมี 3 ข้อหลักค่ะ ข้อแรก ส่วนผสม Active Ingredients เวชสำอางมีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์จริง เช่น Retinol Niacinamide Hyaluronic Acid Centella Asiatica และ PDRN ในความเข้มข้นทางคลินิก ไม่ใช่แค่ส่วนผสมเล็กน้อยเพื่อ Marketing ข้อสอง การทดสอบทางคลินิก ผ่านการทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างจริง มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับ ข้อสาม การรับรอง โรงงานผลิตต้องผ่านมาตรฐาน ISO 22716 GMP และบางสูตรผ่านการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาค่ะ
เวชสำอางเป็นตลาดที่เติบโตเร็วมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์มากกว่าแค่ Marketing ค่ะ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำหัตถการความงาม เช่น เลเซอร์ ฉีดฟิลเลอร์ ทำ HIFU ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวหลังทำหัตถการอย่างปลอดภัยค่ะ

จุดแข็งของเวชสำอางเกาหลี ทำไมคลินิกความงามถึงเลือก OEM จากเกาหลี
เกาหลีใต้มีจุดแข็ง 4 ด้านที่ทำให้เป็นผู้นำด้านเวชสำอางโลกค่ะ ด้านแรก อุตสาหกรรมความงามครบวงจร เกาหลีมีคลินิกศัลยกรรมความงามกว่า 4,000 แห่ง ซึ่งสร้าง Demand สำหรับผลิตภัณฑ์เวชสำอางสูงมาก โรงงาน OEM จึงพัฒนาสูตรที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในคลินิก ไม่ใช่แค่ทฤษฎีค่ะ
ด้านที่สอง งานวิจัยและพัฒนา เกาหลีลงทุนใน R&D ด้านเครื่องสำอางสูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย โรงงาน OEM ชั้นนำมีห้องแล็บวิจัยของตัวเอง ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย เช่น Korea Research Institute of Bioscience and Biotechnology และ Seoul National University ค่ะ
ด้านที่สาม มาตรฐานการผลิต โรงงาน OEM เวชสำอางเกาหลีทุกแห่งที่เราทำงานด้วยผ่านมาตรฐาน ISO 22716 GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการผลิตเครื่องสำอาง และผ่านการรับรองจาก MFDS กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของเกาหลี
ด้านที่สี่ ความร่วมมือกับแพทย์ผิวหนัง สูตรเวชสำอางเกาหลีจำนวนมากพัฒนาโดยแพทย์ผิวหนัง (Dermatologist) โดยตรง เริ่มจากการใช้ในคลินิกแล้วขยายสู่ตลาดผู้บริโภค ทำให้สูตรมีประสิทธิภาพจริงและปลอดภัย เพราะผ่านการทดสอบกับคนไข้จริงหลายร้อยหลายพันเคสก่อนวางขายค่ะ

สินค้าเวชสำอางยอดนิยมที่ OEM จากเกาหลี
เวชสำอางที่คลินิกความงามไทยนิยมสั่ง OEM จากเกาหลีมี 5 หมวดหลักค่ะ
หมวดแรก ครีมบำรุงหลังเลเซอร์ (Post-Laser Cream) สูตรที่ช่วยฟื้นฟูผิวหลังทำเลเซอร์ Fractional CO2 หรือ Pico Laser มีส่วนผสม Centella Asiatica Panthenol และ Ceramides ที่ช่วยสมานผิว
หมวดที่สอง เซรั่มลดรอยดำ (Dark Spot Serum) สำหรับคนไข้ที่มีฝ้า กระ รอยดำจากสิว มักมี Tranexamic Acid Niacinamide และ Vitamin C ในรูปแบบเข้มข้นค่ะ
หมวดที่สาม ครีมกันแดดเวชสำอาง (Medical Sunscreen) SPF 50+ PA++++ เนื้อบางเบา ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ ผ่านการทดสอบกับผิวแพ้ง่าย เหมาะกับคนไข้หลังทำหัตถการ
หมวดที่สี่ เซรั่ม PDRN (Polydeoxyribonucleotide) สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน เป็นส่วนผสมที่ได้รับความนิยมสูงมากในคลินิกเกาหลี ช่วยฟื้นฟูผิวเสียหายและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนค่ะ
หมวดที่ห้า ครีมบำรุงผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin Cream) สูตร Minimalist ที่มีส่วนผสมไม่เกิน 10 ชนิด ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสี ไม่มี Parabens เหมาะกับคนไข้ที่ผิวแพ้ง่าย โรงงาน OEM เกาหลีหลายแห่งมีสูตรนี้ให้เลือกค่ะ
สินค้าที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากเวชสำอางมีหลายหมวด เช่น Anti-Aging Acne Care Hair Loss Treatment และ Body Care ซึ่งทีม Mewon สามารถช่วยเลือกสูตรที่เหมาะกับตำแหน่งของคลินิกคุณค่ะ

ขั้นตอน OEM เวชสำอางเกาหลี สำหรับคลินิกความงาม
ขั้นตอนการสั่ง OEM เวชสำอางจากเกาหลีสำหรับคลินิกความงามมี 7 ขั้นตอนหลักค่ะ
- ปรึกษาแนวทางและบอกความต้องการ ทีม Mewon จะช่วยวิเคราะห์ว่าคลินิกของคุณเหมาะกับสูตรแบบใด เช่น ถ้าเป็นคลินิกเลเซอร์ ควรมี Post-Laser Cream ถ้าเป็นคลินิกฉีดฟิลเลอร์ ควรมี Anti-Bruise Cream ค่ะ
- เลือกสูตรและขอ Sample โรงงานจะส่งตัวอย่าง 3-5 สูตรให้ทดสอบ
- ทดสอบกับคนไข้จริงในคลินิก 5-10 คน เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย
- ออกแบบบรรจุภัณฑ์ เลือกขวด Airless Pump หลอด หรือขวดหยด ตามความเหมาะสมของสูตรค่ะ
- ยืนยันสั่งผลิตและชำระเงินมัดจำ
- โรงงานผลิตใช้เวลา 60-75 วัน เพราะเวชสำอางต้องผ่านการทดสอบ Stability Test และ Efficacy Test เพิ่มเติม
- ขนส่งทางเรือและจดแจ้ง อย. ในไทย รวมเวลาทั้งหมดประมาณ 120-150 วันค่ะ
ด้านราคา เวชสำอาง OEM จากเกาหลีแบบครบวงจรอยู่ที่ประมาณ 180-380 บาทต่อชิ้น ขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ ความซับซ้อนของสูตร และ Packaging MOQ เริ่มต้นที่ 1,000-3,000 ชิ้น สำหรับ Stock Formula และ 3,000-5,000 ชิ้น สำหรับ Custom Formula ค่ะ
เรื่องกฎหมายที่ต้องรู้ เวชสำอางในไทยจัดอยู่ในหมวดเครื่องสำอางควบคุม ต้องจดแจ้งกับอย. ก่อนวางขาย แต่ไม่ต้องขึ้นทะเบียนยา ยกเว้นกรณีที่เคลมสรรพคุณทางการแพทย์ เช่น รักษาโรคผิวหนัง ซึ่งจะกลายเป็นยา ต้องขึ้นทะเบียนกับอย. ในหมวดยา พี่แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเคลมทางการแพทย์ใน Marketing เพื่อความปลอดภัยค่ะ
Checklist 8 ข้อ สำหรับคลินิกที่อยาก OEM เวชสำอาง
ก่อนตัดสินใจสั่ง OEM เวชสำอางจากเกาหลี พี่รวม Checklist ไว้ให้ค่ะ
- ระบุประเภทคลินิกของคุณ (เลเซอร์ ฉีดฟิลเลอร์ ดูแลผิวหน้า ศัลยกรรม)
- กำหนดงบประมาณต่อสูตร และจำนวนสูตรที่ต้องการ
- เลือก Stock Formula vs Custom Formula
- ขอ Sample และทดสอบกับคนไข้จริง 5-10 คนก่อนสั่งผลิต
- ตรวจสอบใบรับรอง ISO 22716 GMP, MFDS, COA, Safety Assessment ของโรงงาน
- ออกแบบ Packaging ให้เหมาะกับการใช้งานในคลินิก
- วางแผนจดแจ้ง อย. ล่วงหน้า 21-30 วัน
- เตรียมแผนการขายและการตลาดก่อนสินค้ามาถึง
ถ้าคุณเป็นเจ้าของคลินิกความงามที่อยากสร้างแบรนด์เวชสำอางเป็นของตัวเอง แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ขอคำปรึกษาฟรีกับทีม Mewon ได้เลยนะคะ พี่จะช่วยวิเคราะห์คลินิกของคุณ แนะนำสูตรที่เหมาะสม และวางแผนงบประมาณให้ค่ะ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ผูกมัดค่ะ
เวชสำอาง vs เครื่องสำอาง vs ยา ต่างกันอย่างไร
หลายคนสับสนระหว่างเวชสำอาง เครื่องสำอางทั่วไป และยา พี่ขออธิบายให้ชัดเจนค่ะ เครื่องสำอางทั่วไป คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาด เสริมความงาม หรือเปลี่ยนลักษณะภายนอก เช่น ครีมบำรุงผิว โฟมล้างหน้า แป้ง ลิปสติก ไม่มีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ทางการแพทย์ ไม่ต้องขึ้นทะเบียนกับอย. แค่จดแจ้งเท่านั้นค่ะ
เวชสำอาง (Dermocosmetics) คือ ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างเครื่องสำอางและยา มีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพในระดับเข้มข้น ผ่านการทดสอบทางคลินิก แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นยา ใช้สำหรับบำรุงผิวที่มีปัญหา เช่น ผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง ผิวมีริ้วรอย ผิวหลังทำหัตถการ จัดอยู่ในหมวดเครื่องสำอางควบคุม ต้องจดแจ้งกับอย. ค่ะ

ยา คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมออกฤทธิ์ทางการแพทย์ ใช้รักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วย ต้องขึ้นทะเบียนกับอย. ในหมวดยา ใช้เวลา 6-12 เดือน ผ่านการทดสอบทางคลินิกอย่างเข้มงวด เช่น ยารักษาสิว isotretinoin ยาต้านเชื้อรา ยาสเตียรอยด์ค่ะ
ตารางเปรียบเทียบนี้จะช่วยให้คุณเลือกประเภทผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมได้ค่ะ
- เครื่องสำอางทั่วไป – ส่วนผสมพื้นฐาน ไม่มี Active Ingredients เข้มข้น – ไม่ต้องทดสอบทางคลินิก – จดแจ้ง อย. แบบเครื่องสำอาง – ราคา 80-200 บาท/ชิ้น – เหมาะกับผู้บริโภคทั่วไป
- เวชสำอาง (Dermocosmetics) – มี Active Ingredients เข้มข้น – ทดสอบทางคลินิก – จดแจ้ง อย. แบบเครื่องสำอางควบคุม – ราคา 180-380 บาท/ชิ้น – เหมาะกับคลินิกและผู้ที่มีปัญหาผิว
- ยา – มีส่วนผสมออกฤทธิ์ทางการแพทย์ – ทดสอบทางคลินิกอย่างเข้มงวด – ขึ้นทะเบียนยากับ อย. – ราคา 500-2,000 บาท/ชิ้น – ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์
สำหรับคลินิกความงามที่อยากสร้างแบรนด์ เวชสำอางเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดค่ะ เพราะมีความน่าเชื่อถือทางการแพทย์ แต่ไม่ต้องขึ้นทะเบียนยา ทำให้วางขายได้เร็วและต้นทุนไม่สูงเกินไปค่ะ
5 ข้อผิดพลาดที่คลินิกไทยพบบ่อยเมื่อสั่ง OEM เวชสำอางเกาหลี
จากประสบการณ์ทีม Mewon ที่ดูแลคลินิกความงามกว่า 50 แห่ง พี่สรุป 5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดค่ะ เพื่อให้คลินิกที่กำลังจะเริ่มต้นได้เรียนรู้และหลีกเลี่ยงค่ะ
ข้อที่หนึ่ง เลือกสูตรที่มี Active Ingredients เข้มข้นเกินไป หลายคลินิกคิดว่ายิ่งเข้มข้นยิ่งดี แต่ความจริงคือ ผิวคนไข้บางกลุ่มอาจแพ้ได้ ควรเลือกสูตรที่มีประสิทธิภาพแต่อ่อนโยน และค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นเมื่อคนไข้ปรับตัวได้ค่ะ
ข้อที่สอง ทดสอบกับคนไข้ไม่เพียงพอ บางคลินิกสั่ง OEM ทันทีหลังขอ Sample โดยไม่ได้ทดสอบกับคนไข้จริง พี่แนะนำให้ทดสอบกับคนไข้ 5-10 คน ก่อนสั่งผลิตจริง เพื่อยืนยันว่าไม่มีอาการแพ้และผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจค่ะ
ข้อที่สาม ไม่ตรวจสอบเอกสารรับรองของโรงงาน เวชสำอางต้องมีเอกสารสำคัญหลายอย่าง เช่น Certificate of Analysis (COA) Safety Assessment Report ISO 22716 GMP Certificate และ MFDS Approval ถ้าโรงงานไม่สามารถให้เอกสารเหล่านี้ได้ ไม่ควรใช้บริการค่ะ
ข้อที่สี่ เลือก Packaging ที่ไม่เหมาะกับสูตร เวชสำอางบางสูตร เช่น เซรั่ม Vitamin C ไวต่อแสงและอากาศ ต้องใช้ขวด Airless Pump สีชา ไม่ใช่ขวดใส การเลือก Packaging ที่ผิดทำให้สูตรเสื่อมคุณภาพเร็วค่ะ
ข้อที่ห้า ลืมวางแผนต่ออายุใบจดแจ้ง อย. ใบจดแจ้งเครื่องสำอางมีอายุ 3 ปี ต้องต่ออายุก่อนหมดอายุ ถ้าลืมอาจถูกระงับการขาย พี่แนะนำให้ทำปฏิทินแจ้งเตือนล่วงหน้า 90 วันก่อนหมดอายุค่ะ
ข้อผิดพลาดเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ ถ้าทำงานกับตัวแทน OEM ที่มีประสบการณ์และใส่ใจในรายละเอียดค่ะ

OEM เวชสำอางเกาหลี vs ผลิตเองในไทย เลือกแบบไหนดี
หลายคลินิกถามพี่ว่า ถ้าผลิตเวชสำอางในไทยจะถูกกว่าไหม คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์และเป้าหมายค่ะ ข้อดีของ OEM เกาหลีคือ ได้สูตรที่ผ่านการทดสอบทางคลินิกมาแล้ว เลือกได้จากห้องสมุดสูตรจำนวนมาก และมาตรฐานการผลิต ISO 22716 GMP เป็นที่ยอมรับในตลาดสากล ทำให้สินค้ามีมูลค่าสูงกว่าค่ะ
ข้อดีของการผลิตในไทยคือ ต้นทุนค่าขนส่งต่ำกว่า เพราะไม่ต้องขนส่งทางเรือ ใช้เวลาน้อยกว่า สามารถสั่งซ้ำได้เร็ว และสื่อสารกับโรงงานได้ง่ายกว่า เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ซับซ้อน เช่น ครีมบำรุงผิวพื้นฐาน สบู่ แชมพูค่ะ
อย่างไรก็ตาม ถ้าคลินิกต้องการผลิตสกินแคร์ทั่วไปสำหรับใช้ในคลินิก (ไม่ได้สร้างแบรนด์) การผลิตในไทยอาจคุ้มค่ากว่า พี่ช่วยประเมินให้เหมาะกับเป้าหมายของคุณค่ะ
คำถามที่เจอบ่อยจากคลินิกความงาม
เวชสำอาง OEM ใช้เวลานานแค่ไหน
หากเลือก Stock Formula ใช้เวลาประมาณ 90-120 วัน ตั้งแต่สั่งผลิตจนถึงวางขาย เพราะเวชสำอางต้องผ่าน Stability Test 60 วัน และ Efficacy Test เพิ่มเติม ถ้าเลือก Custom Formula จะใช้เวลาเพิ่มอีก 30-45 วันสำหรับการพัฒนาสูตรค่ะ
เวชสำอาง OEM ขั้นต่ำกี่ชิ้น
สำหรับ Stock Formula MOQ เริ่มต้นที่ 1,000 ชิ้นต่อสูตร สำหรับ Custom Formula MOQ เริ่มต้นที่ 3,000-5,000 ชิ้น ค่ะ ถ้าเป็นคลินิกเล็กที่ต้องการทดลองตลาดก่อน แนะนำเริ่มที่ 1,000 ชิ้น 1 สูตรค่ะ
เวชสำอาง OEM ราคาเท่าไหร่
เวชสำอาง OEM จากเกาหลีแบบครบวงจรอยู่ที่ประมาณ 180-380 บาทต่อชิ้น ขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ ความซับซ้อนของสูตร และ Packaging ค่ะ ราคานี้ยังไม่รวมค่าขนส่งและค่าจดแจ้ง อย. ค่ะ
เวชสำอาง OEM ต้องขึ้นทะเบียนยาไหม
ไม่ต้องค่ะ ถ้าไม่มีการเคลมสรรพคุณทางการแพทย์ เช่น รักษาโรคผิวหนัง เวชสำอางจัดอยู่ในหมวดเครื่องสำอางควบคุม จดแจ้ง อย. แบบเครื่องสำอางทั่วไป ใช้เวลา 21-30 วัน ค่าธรรมเนียม 3,000-5,000 บาทต่อสูตรค่ะ แต่ถ้าเคลมว่ารักษาโรค จะกลายเป็นยา ต้องขึ้นทะเบียนยา ใช้เวลา 6-12 เดือนค่ะ
คลินิกเล็กสามารถสั่ง OEM ได้ไหม
ได้ค่ะ แม้แต่คลินิกเล็กที่มีงบประมาณ 200,000-500,000 บาท ก็สามารถเริ่มต้น OEM เวชสำอางได้ โดยเริ่มจาก 1 สูตร MOQ 1,000 ชิ้น ทีม Mewon จะช่วยออกแบบแผนให้เหมาะกับงบประมาณค่ะ
Mewon Korean Cosmetics ผู้เชี่ยวชาญในการผลิตสินค้าเวชสำอางโดยโรงงานคุณภาพชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้มายาวนานกว่า 10 ปี เราช่วยดูแลตั้งแต่การติดต่อและจัดหาสินค้าในเกาหลี การตรวจสอบเอกสาร การขนส่ง การดำเนินพิธีการนำเข้า ไปจนถึงการจัดส่งสินค้าในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอางและ K-Beauty ซึ่งเป็นสินค้าที่เรามีประสบการณ์ดูแลโดยตรง สนใจติดต่อมาได้ที่ Facebook Fanpage ของเรากันได้เลยค่ะ
แหล่งอ้างอิง
- KOTRA via Seoul Economic Daily – Korean consumer goods exports top 42 billion USD (ธ.ค. 2568)
- KOTRA – Korea Trade-Investment Promotion Agency
- MFDS – Ministry of Food and Drug Safety Korea (กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาเกาหลี)
- ISO 22716:2007 – Cosmetics Good Manufacturing Practices (GMP)
- อย. – กองควบคุมเครื่องสำอาง (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)
- KCA – Korea Cosmetic Association (สมาคมเครื่องสำอางเกาหลี)




