
Private Label vs OEM ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงบและเวลา
กันยายน 20, 2026
เวชสำอางเกาหลี (Dermocosmetics) คืออะไร ทำไมคลินิกความงามถึงเลือก OEM จากเกาหลี
กันยายน 26, 2026Custom Formula (สูตรเฉพาะ) กับ Stock Formula (สูตรโรงงาน) ต่างกันตรงไหน แล้วแบบไหนเหมาะกับแบรนด์ของคุณมากกว่า? ผู้ประกอบการ OEM ส่วนใหญ่เลือกสั่งผลิตเครื่องสำอางจากเกาหลีเพราะระบบ R&D (Research and Development หรือการวิจัยและพัฒนา) ที่ยืดหยุ่น ทั้งแบบพัฒนาใหม่ตั้งแต่ต้น และแบบดัดแปลงสูตรสำเร็จรูปให้เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ค่ะ
จากข้อมูลของ KOTRA (องค์การส่งเสริมการค้าและการลงทุนของเกาหลี) เครื่องสำอางเกาหลีส่งออกมีมูลค่าสูงถึง 10.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 เติบโตอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์ OEM ทั่วโลกเลือกเกาหลีคือความสามารถในการเลือกระหว่าง Custom และ Stock Formula ได้อย่างอิสระ
บทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดขึ้นว่า ทั้งสองแบบมีข้อดี ข้อเสีย และความเสี่ยงต่างกันอย่างไร รวมถึงแนะนำแนวทางที่เรียกว่า “Hybrid Formula” ซึ่งเป็นกลยุทธ์เฉพาะที่ทีมงาน Mewon Korean Cosmetics ใช้ดูแลลูกค้ามาหลายปีค่ะ
Custom Formula คืออะไร? พัฒนาสูตรเฉพาะแบรนด์ตั้งแต่ต้น
Custom Formula (สูตรเฉพาะ) คือการให้ทีมนักวิจัย R&D ของโรงงาน OEM เกาหลีพัฒนาสูตรเครื่องสำอางใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัส กลิ่น สี และส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์คุณเท่านั้นค่ะ ไม่มีใครในโลกใช้สูตรเดียวกันได้อีก เพราะสูตรจะถูกจดทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์คุณ
ขั้นตอนคร่าวๆ ของการทำ Custom Formula เริ่มจากการส่ง Brand Brief (เอกสารระบุความต้องการ เช่น กลุ่มเป้าหมาย ส่วนผสมที่อยากได้ งบประมาณ จุดเด่นที่อยากสื่อสาร) ให้กับโรงงาน จากนั้นทีม R&D จะเสนอสูตรตั้งต้น 1-3 สูตร พร้อมตัวอย่างจริงให้ทดลอง หลังจากเลือกสูตรที่ใช่ จะเข้าสู่กระบวนการ Stability Test (ทดสอบความคงตัวของสูตร) เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์คงคุณภาพตลอดอายุของสินค้า แล้วจึงผลิตจริงในขั้นตอน Pilot Batch และ Mass Production ค่ะ
ประเทศเกาหลีใต้มีโรงงาน OEM เครื่องสำอางกว่า 1,000 แห่งที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน CGMP (Cosmetic Good Manufacturing Practice) และ ISO 22716 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการผลิตเครื่องสำอางค่ะ ทีม R&D ของแต่ละโรงงานมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น โรงงานหนึ่งเชี่ยวชาญสูตร Whitening อีกแห่งเชี่ยวชาญ Anti-aging แบรนด์ของคุณสามารถเลือกโรงงานที่ตรงกับ Positioning มากที่สุดได้
ข้อดีของ Custom Formula คือแบรนด์คุณมี USP (Unique Selling Point) ที่ชัดเจน สามารถสื่อสารจุดเด่นได้เต็มที่ และปกป้องแบรนด์จากการลอกเลียนแบบได้ระดับหนึ่ง แต่ข้อเสียคือใช้เวลานาน 3-6 เดือน ต้นทุน R&D สูงกว่า และ MOQ (Minimum Order Quantity หรือจำนวนสั่งผลิตขั้นต่ำ) มักเริ่มต้นที่ 3,000-5,000 ชิ้นขึ้นไปค่ะ

Stock Formula คืออะไร? สูตรสำเร็จรูปจากโรงงานเกาหลี
Stock Formula (สูตรโรงงาน) คือสูตรสำเร็จรูปที่โรงงาน OEM เกาหลีพัฒนาไว้แล้ว มีให้เลือกหลายสิบถึงหลายร้อยสูตร เช่น เซรั่มวิตามินซี 10%, ครีมกันแดด SPF 50 PA++++, โทนเนอร์ PHA อ่อนโยน เป็นต้น แบรนด์สามารถเลือกสูตรที่ใกล้เคียงแล้วปรับแพ็กเกจจิ้งให้เป็นของตัวเองได้เลยค่ะ
โรงงาน OEM เกาหลีส่วนใหญ่มี Formula Catalog (แค็ตตาล็อกสูตร) ที่ผ่านการทดสอบความคงตัว จดแจ้ง อย. และผลิตมาแล้วหลายรุ่น ทำให้ความเสี่ยงด้านสูตรต่ำมาก คุณแค่เลือกสูตรที่ตรงกับ Positioning ของแบรนด์ แล้วใช้เวลาไปกับการออกแบบแพ็กเกจจิ้ง ฉลาก และกลยุทธ์การตลาดแทนค่ะ
จุดเด่นของ Stock Formula คือโรงงานมี Sample Library (คลังตัวอย่างสูตร) ที่พร้อมส่งให้ลูกค้าทดลองได้ภายใน 3-5 วันทำการ ทำให้คุณตัดสินใจได้เร็ว ไม่ต้องรอพัฒนาสูตรใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ Stock Formula หลายสูตรผ่านการทดสอบกับผู้บริโภคจริงมาแล้ว คุณจึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์จะตอบโจทย์ตลาดค่ะ
ข้อดีของ Stock Formula คือใช้เวลาเร็ว 1-2 เดือน ต้นทุนต่ำ MOQ เริ่มต้นเพียง 500-1,000 ชิ้น เหมาะกับมือใหม่ที่อยากทดลองตลาด แต่ข้อเสียคือสูตรอาจซ้ำกับแบรนด์อื่นในท้องตลาดได้ ความ unique จึงขึ้นอยู่กับการออกแบบแพ็กเกจจิ้งและการสร้างแบรนด์เป็นหลักค่ะ
ตารางเทียบ ต้นทุน เวลา ความ unique ความเสี่ยง
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราสรุปข้อเปรียบเทียบระหว่าง Custom Formula กับ Stock Formula ไว้ในตารางนี้ค่ะ
| มิติ | Custom Formula (สูตรเฉพาะ) | Stock Formula (สูตรโรงงาน) |
|---|---|---|
| ต้นทุน R&D | สูง ค่าพัฒนาสูตรเริ่มต้น 50,000-200,000 บาท | ไม่มีค่าพัฒนาสูตร |
| ระยะเวลา | 3-6 เดือน (รวม Stability Test) | 1-2 เดือน |
| MOQ ขั้นต่ำ | 3,000-5,000 ชิ้น | 500-1,000 ชิ้น |
| ความ unique | สูงมาก จดทะเบียนเป็นของแบรนด์ได้ | ปานกลาง ขึ้นกับแพ็กเกจจิ้ง |
| ความเสี่ยงสูตร | ปานกลาง ต้องทดสอบหลายรอบ | ต่ำ ผ่านการผลิตมาแล้ว |
| ความยืดหยุ่นปรับสูตร | ปรับได้อิสระ แต่มีค่าใช้จ่าย | ปรับได้เล็กน้อย เช่น กลิ่น เปอร์เซ็นต์ |
| เหมาะกับ | แบรนด์ที่มีงบ 1 ล้านบาทขึ้นไป | มือใหม่ แบรนด์ทดลองตลาด |
จะเห็นได้ว่าทั้งสองแบบมีจุดแข็งคนละด้าน Custom Formula เหมาะกับแบรนด์ที่พร้อมลงทุนและต้องการสร้างความแตกต่างระยะยาว ส่วน Stock Formula เหมาะกับมือใหม่ที่อยากเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็วและมีงบจำกัด
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ตารางไม่ได้บอก เช่น ความสามารถในการขยายสูตร (Scalability) ถ้าแบรนด์เติบโตเร็ว Stock Formula ขยายได้ง่ายกว่า เพราะโรงงานมีวัตถุดิบสำรองพร้อมผลิตเพิ่ม ขณะที่ Custom Formula บางสูตรอาจต้องสั่งวัตถุดิบพิเศษจากต่างประเทศ ใช้เวลานานขึ้นค่ะ

ทำไมเกาหลีถึงเป็นผู้นำ OEM เครื่องสำอางของโลก
เกาหลีใต้กลายเป็นศูนย์กลาง OEM เครื่องสำอางของโลกด้วยเหตุผลหลายประการค่ะ ข้อมูลจาก KOTRA ระบุว่าเครื่องสำอางเกาหลีส่งออกมีมูลค่าสูงถึง 10.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 และมีถึง 19 ประเทศที่นำเข้าเครื่องสำอางเกาหลีมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 4 ประเทศเมื่อ 10 ปีก่อนค่ะ
ปัจจัยที่ทำให้เกาหลีเป็นผู้นำ มี 3 ข้อหลัก
หนึ่ง คือ ระบบ R&D ที่แข็งแกร่ง โรงงานเกาหลีมีนักเคมีเครื่องสำอาฟเฉพาะทางจำนวนมาก มีห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย และมีงบวิจัยสูงเมื่อเทียบกับโรงงานในภูมิภาคอื่น
สอง คือ มาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด โรงงาน OEM เกาหลีส่วนใหญ่ได้รับการรับรอง CGMP, ISO 22716 และ KFDA (องค์กรอาหารและยาเกาหลี) ทำให้แบรนด์ OEM ทั่วโลกมั่นใจในคุณภาพ
สาม คือ ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ตั้งแต่บริษัทขนส่ง ที่ปรึกษาจดแจ้ง อย. ไปจนถึงตัวแทนนำเข้า ทำให้กระบวนการ OEM จากเกาหลีราบรื่นกว่าประเทศอื่นค่ะ
สูตรแบบ Hybrid คืออะไร? ทางเลือกที่ Mewon แนะนำ
Hybrid Formula คือแนวทางที่ทีมงาน Mewon ใช้ดูแลลูกค้ามาหลายปี โดยเริ่มต้นจาก Stock Formula ที่ผ่านการทดสอบแล้ว แล้วปรับแต่งบางส่วน เช่น เปลี่ยนกลิ่น ปรับเนื้อสัมผัส เพิ่ม Active Ingredient (ส่วนผสมสำคัญที่ออกฤทธิ์จริง เช่น Niacinamide, Hyaluronic Acid, Centella Asiatica) เพื่อให้ได้ความ unique กึ่งๆ Custom ในงบประมาณที่จับต้องได้
ข้อดีของ Hybrid Formula คือใช้เวลาพัฒนาเพียง 2-3 เดือน (เร็วกว่า Custom แท้) ค่าใช้จ่ายในการปรับสูตรอยู่ที่ 15,000-50,000 บาท (ถูกกว่า Custom แท้ถึง 3-4 เท่า) และยังคงได้ความแตกต่างระดับหนึ่งที่ทำให้แบรนด์ไม่ดูเหมือนใครในท้องตลาด เป็นทางเลือกที่เหมาะมากสำหรับแบรนด์มือใหม่ที่อยากเริ่มต้นอย่างมืออาชีพค่ะ
จากประสบการณ์ของเราในการดูแลลูกค้ากว่า 200 แบรนด์ พบว่า 70% ของแบรนด์ OEM ที่ประสบความสำเร็จในปี 2568 เริ่มต้นด้วย Hybrid Formula แล้วค่อยพัฒนาเป็น Custom Formula แท้ในรอบถัดไป เมื่อมีข้อมูล Feedback จากลูกค้าจริงมาช่วยออกแบบ Brand Brief ได้แม่นยำขึ้น
ตัวอย่างความยืดหยุ่นของ Hybrid Formula ที่เราทำบ่อย เช่น ใช้ Stock Formula เซรั่ม Whitening เป็นฐาน แล้วเพิ่ม Tranexamic Acid 3% เพื่อลดจุดด่างดำ หรือใช้ Stock Formula ครีมบำรุงผิวแห้ง แล้วเพิ่ม Squalane เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น การปรับแบบนี้ใช้เวลาแค่ 4-6 สัปดาห์ ไม่ต้องทำ Stability Test ใหม่ทั้งหมด เพราะใช้ฐานสูตรเดิมที่ผ่านการทดสอบมาแล้วค่ะ

5 ข้อผิดพลาดที่เจ้าของแบรนด์มือใหม่ควรระวัง
จากประสบการณ์ของเราในการดูแลแบรนด์ OEM พบว่ามือใหม่มักเจอข้อผิดพลาดที่คล้ายกันหลายประการค่ะ
- เลือก Custom Formula โดยไม่มี Brand Brief ที่ชัดเจน ทำให้ทีม R&D เข้าใจความต้องการผิด ต้องเสียเวลาวนไปวนมา 2-3 รอบ ค่าใช้จ่ายบานปลาย การเตรียม Brand Brief ที่ดีควรระบุทั้งกลุ่มเป้าหมาย ส่วนผสมหลัก 3-5 ตัว งบประมาณ และจุดเด่นที่อยากสื่อสารค่ะ
- เลือก Stock Formula โดยไม่เช็ค Active Ingredient บางสูตรมีส่วนผสมที่แบรนด์อื่นใช้เยอะแล้ว ทำให้ยากต่อการสร้างความแตกต่าง ควรขอดู Ingredient List (รายการส่วนผสม) ฉบับเต็ม และตรวจสอบว่ามี Active เด่นที่ตรงกับ Positioning ของแบรนด์ค่ะ
- ไม่ทำ Stability Test ทดลองใช้เอง 1-2 สัปดาห์แล้วผลิตเลย พอส่งขายจริงสูตรแยกชั้นหรือกลิ่นเปลี่ยน ต้องเรียกคืนสินค้า Stability Test ที่ดีควรทดสอบอย่างน้อย 3 เงื่อนไข ได้แก่ อุณหภูมิห้อง อุณหภูมิสูง และอุณหภูมิต่ำ เป็นเวลา 4-8 สัปดาห์ค่ะ
- ไม่จดแจ้ง อย. คิดว่าสั่งจากเกาหลีมาแล้วจบ จริงๆ ต้องจดแจ้งกับ อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ก่อนวางขายในไทย ไม่งั้นผิดกฎหมาย ค่าปรับสูงสุด 50,000 บาท และอาจถูกเรียกเก็บสินค้าคืนค่ะ
- เปลี่ยนสูตรกลางทาง ตกลงกับโรงงานแล้ว แต่พอเห็นตัวอย่างจริงอยากเปลี่ยน ทำให้ต้นทุนบานและเสียเวลาเพิ่มอีก 1-2 เดือน คำแนะนำคือควรเซ็นต์สูตร Final ก่อนผลิต Pilot Batch เพื่อล็อกสูตรและป้องกันปัญหาค่ะ
หากคุณหลีกเลี่ยง 5 ข้อนี้ได้ โอกาสที่แบรนด์จะประสบความสำเร็จจะสูงขึ้นมากค่ะ

สรุป Decision tree เลือกแบบไหนดีใน 1 นาที
ตอบคำถาม 3 ข้อนี้เพื่อตัดสินใจค่ะ
- งบประมาณรวมของคุณน้อยกว่า 500,000 บาท? — ถ้าใช่ เลือก Stock Formula เพื่อเริ่มต้นอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่ใช่ ไปข้อ 2
- คุณมี Brand Brief ที่ชัดเจนเรื่องส่วนผสมและ USP ที่ต้องการ? — ถ้าใช่ เลือก Custom Formula เพื่อสร้างความแตกต่างระดับยาว ถ้าไม่ใช่ ไปข้อ 3
- คุณอยากมีความ unique กว่า Stock แต่ไม่อยากลงทุนเต็มที่? — ถ้าใช่ เลือก Hybrid Formula ซึ่งเป็นจุดสมดุลที่เราแนะนำค่ะ
ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้หลังจากตอบคำถาม 3 ข้อนี้ แนะนำให้คุยกับทีมงาน Mewon เพื่อประเมินสถานการณ์ของคุณโดยละเอียด เราจะช่วยวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน และช่องว่างในตลาด เพื่อเลือกสูตรที่เหมาะกับคุณที่สุดค่ะ
สำหรับแบรนด์ที่สนใจเริ่มต้นกับโรงงาน OEM เกาหลี Mewon Korean Cosmetics มีบริการปรึกษาฟรี ดูตัวอย่างสูตร และจัดส่งตัวอย่างสูตร (Sample) ให้ทดลองก่อนตัดสินใจ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ผูกมัดค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริการ OEM เครื่องสำอางจากเกาหลี และอ่าน ขั้นตอน OEM เครื่องสำอางจากเกาหลี เพื่อเข้าใจภาพรวมทั้งกระบวนการค่ะ นอกจากนี้คุณยังสามารถอ่าน Private Label vs OEM เพื่อเปรียบเทียบอีกทางเลือกหนึ่งที่อาจเหมาะกับแบรนด์ของคุณมากกว่าค่ะ
Mewon Korean Cosmetics ช่วยเลือกสูตรที่ใช่ให้คุณยังไง
หลังจากดูแลลูกค้ามากว่า 200 แบรนด์ ทีมงาน Mewon พัฒนากระบวนการ 3 ขั้นตอน ในการช่วยเลือกสูตรที่เหมาะกับแต่ละแบรนด์ค่ะ
ขั้นที่ 1 – ทำความเข้าใจ Brand Positioning เราคุยกับเจ้าของแบรนด์ 30-60 นาที เพื่อเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ จุดเด่นที่อยากสื่อสาร และช่องว่างในตลาดที่แบรนด์อยากเข้าไปเติมเต็ม จากนั้นจึงแนะนำว่า Custom Stock หรือ Hybrid เหมาะกับคุณมากที่สุด
ขั้นที่ 2 – จัดส่งตัวอย่างสูตร (Sample) ให้ทดลอง เราจัดส่งตัวอย่างสูตร 2-3 สูตรที่ใกล้เคียงกับความต้องการของคุณ เพื่อให้คุณได้สัมผัสเนื้อสัมผัส กลิ่น และประสิทธิภาพจริงก่อนตัดสินใจค่ะ
ขั้นที่ 3 – ประสานงานกับโรงงาน เมื่อเลือกสูตรได้แล้ว เราประสานงานกับโรงงาน OEM เกาหลีที่เหมาะสม ดูแลเอกสารสัญญา เงื่อนไขการชำระเงิน การขนส่ง และการจดแจ้ง อย. ตั้งแต่ต้นจนจบค่ะ
การบริการนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ผูกมัด และคุณสามารถเปรียบเทียบราคาโรงงานต่างๆ ได้อย่างอิสระค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Custom Formula ใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยทั่วไปใช้เวลา 3-6 เดือน ตั้งแต่ส่ง Brand Brief จนผลิตจริง ขั้นตอนหลักคือพัฒนาสูตรตั้งต้น 1-2 เดือน ทดสอบความคงตัว 1-2 เดือน และผลิต Pilot Batch อีก 1-2 เดือนค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของสูตรและจำนวนรอบการปรับแก้ที่เจ้าของแบรนด์ต้องการ ถ้า Brand Brief ชัดเจนตั้งแต่ต้น จะช่วยลดเวลาลงได้มากค่ะ
Stock Formula ซ้ำกับแบรนด์อื่นในท้องตลาดได้ไหม?
ตัวสูตรอาจซ้ำได้ เพราะโรงงานขายสูตรเดียวกันให้หลายแบรนด์ แต่ความ unique ของแบรนด์ขึ้นอยู่กับการออกแบบแพ็กเกจจิ้ง การสร้างแบรนด์ และกลยุทธ์การตลาดค่ะ แบรนด์ OEM หลายร้อยแบรนด์ในไทยใช้ Stock Formula เดียวกัน แต่ประสบความสำเร็จต่างกัน เพราะความสามารถในการสร้างแบรนด์ต่างกันนั่นเอง
Hybrid Formula เหมาะกับมือใหม่ที่มีงบน้อยไหม?
เหมาะมากค่ะ เพราะใช้งบประมาณ 300,000-500,000 บาทก็เริ่มต้นได้ ได้ความ unique ระดับหนึ่ง และใช้เวลาพัฒนาเพียง 2-3 เดือน เป็นทางเลือกที่สมดุลที่สุดสำหรับมือใหม่ค่ะ หลายแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในตลาดไทยเริ่มต้นด้วย Hybrid แล้วค่อยขยับเป็น Custom ในรอบถัดไปค่ะ
ต้นทุน R&D สำหรับ Custom Formula เริ่มต้นเท่าไหร่?
ค่าพัฒนาสูตรเริ่มต้นประมาณ 50,000-200,000 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของสูตร จำนวน Active Ingredient และจำนวนรอบการทดสอบ โรงงาน OEM เกาหลีส่วนใหญ่จะคิดค่าพัฒนาสูตรเป็นรายการแยกจากค่าผลิตค่ะ ในบางกรณีโรงงานอาจยกเว้นค่า R&D ให้ ถ้าคุณสั่งผลิตในปริมาณมากพอ เช่น MOQ 10,000 ชิ้นขึ้นไป ค่ะ
ถ้าเริ่มต้นด้วย Stock Formula แล้วอยากเปลี่ยนเป็น Custom ทีหลังได้ไหม?
ได้ค่ะ เมื่อแบรนด์เติบโตและมียอดขายมากพอ สามารถพัฒนา Custom Formula ในรอบถัดไปได้ โดยใช้ข้อมูล Feedback จากลูกค้าจริงมาช่วยออกแบบ Brand Brief ให้แม่นยำขึ้นค่ะ ข้อมูลจากลูกค้าจริง เช่น ความพึงพอใจ คำแนะนำ หรือปัญหาที่เจอ จะช่วยให้ R&D พัฒนาสูตรที่ตอบโจทย์ตลาดได้ดียิ่งขึ้น เป็นข้อได้เปรียบที่แบรนด์ใหม่ที่ยังไม่เคยขายจะไม่มีค่ะ
โรงงาน OEM เกาหลีรับผลิตสูตรอะไรบ้าง?
โรงงาน OEM เกาหลีรับผลิตเครื่องสำอางครบทุกประเภทค่ะ ทั้งสกินแคร์ (เซรั่ม ครีม โทนเนอร์ มาส์ก), เครื่องสำอาง (คุชชั่น ลิปสติก แป้ง อายแชโดว์), ผลิตภัณฑ์เส้นผม (แชมพู ครีมนวด), และผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกาย (โลชั่น ครีมอาบน้ำ) ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแต่ละโรงงาน เราช่วยแนะนำโรงงานที่เชี่ยวชาญสินค้าที่คุณสนใจโดยเฉพาะค่ะ
ต้องจดแจ้ง อย. ทุกครั้งที่สั่งผลิต OEM ไหม?
ต้องจดแจ้งทุกครั้งค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Custom หรือ Stock Formula เพราะกฎหมายไทยกำหนดให้เครื่องสำอางที่จะวางขายในประเทศต้องผ่านการจดแจ้งกับ อย. ก่อน ใช้เวลาจดแจ้งประมาณ 7-15 วันทำการ และต้องต่ออายุทุก 3 ปีค่ะ ทีมงาน Mewon ช่วยดูแลเอกสารจดแจ้งให้ทั้งกระบวนการ ไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสารภาษาอังกฤษหรือภาษาเกาหลีค่ะ
อ้างอิง
- ISO 22716:2007 Cosmetics — Good Manufacturing Practices (GMP) — มาตรฐานสากลสำหรับการผลิตเครื่องสำอาง
- MFDS Korea — Cosmetics Regulation & Notification — ระบบจดแจ้งเครื่องสำอางของเกาหลี
- KOTRA — Korean Consumer Goods Exports top $42B (Cosmetics & Food) — สถิติการส่งออกเครื่องสำอางเกาหลี
- Korea Cosmetic Association (KCA) — สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางเกาหลี
- อย. กองควบคุมเครื่องสำอาง — ระบบจดแจ้งเครื่องสำอางของไทย




