
UV Index คืออะไร? พร้อมวิธีปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างถูกวิธี
เมษายน 11, 2026
ผลิต Tone up Sunscreen สร้างแบรนด์ของตัวเราเองจากเกาหลี
เมษายน 21, 2026โทนเนอร์ AHA BHA มีส่วนผสมหลักมาจาก AHA (Alpha Hydroxy Acid) และ BHA (Beta Hydroxy Acid) ซึ่งเป็นส่วนผสมยอดนิยมใน skincare ทั่วโลกมากว่าทศวรรษ โดยเฉพาะในรูปแบบโทนเนอร์กรดผลไม้ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้หน้าใส ผิวเรียบเนียน และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวในเวลาเดียวกัน ตลาด exfoliating toner ทั่วโลกมีมูลค่าหลายพันล้านบาท และ K-Beauty ครองส่วนแบ่งใหญ่ในตลาดเอเชีย
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเริ่มธุรกิจ skincare การผลิตโทนเนอร์กรดผลไม้แบรนด์ของตัวเองจากเกาหลีเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเริ่มต้นง่าย ลงทุนต่ำ และมี Margin ที่ดี บทความนี้จะพามาดู ขั้นตอนการผลิต ส่วนผสมหลัก และกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่โดดเด่นค่ะ
หัวข้อเนื้อหา
ทำไมโทนเนอร์ AHA BHA ถึงเป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาด
ตลาด skincare ในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ segment ที่เกี่ยวกับการผลัดเซลล์ผิวหรือ exfoliation ซึ่งเป็นขั้นตอนพื้นฐานในการดูแลผิวหน้าที่ผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนผสมอย่าง AHA (Alpha Hydroxy Acid) และ BHA (Beta Hydroxy Acid) เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในด้านประสิทธิภาพในการลดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ช่วยให้ผิวหน้าสดใส ลดเส้นคิวพื้นผิว และยังช่วยให้สารออกฤทธิ์อื่นๆ ซึมเข้าผิวได้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ
ประเทศเกาหลีใต้ถือเป็นผู้นำในการพัฒนาสูตรและผลิตโทนเนอร์กรดผลไม้ ทั้งในรูปแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) และ ODM (Original Design Manufacturer) ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถสั่งผลิตสินค้าตามสูตรที่มีอยู่แล้ว หรือพัฒนาสูตรใหม่ที่เหมาะกับตลาดไทยได้ โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานเอง ราคาเริ่มต้นในการผลิตต่อชุดอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ ทำให้ Margin ของผลิตภัณฑ์ปลายทางมีความน่าสนใจมาก
โทนเนอร์กรดผลไม้คืออะไรและตลาดในปัจจุบัน
โทนเนอร์กรดผลไม้ หรือ โทนเนอร์ AHA BHA คือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหลักเป็นกรดจากผลไม้หรือกรดซาลิไซลิก ซึ่งทำหน้าที่ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วในระดับผิวหนังชั้นนอก ช่วยให้ผิวหน้าดูสว่างใสขึ้น ลดปัญหาริ้วรอยพื้นผิว และช่วยปรับสมดุลของผิวให้พร้อมรับการดูแลในขั้นตอนถัดไป ในตลาดปัจจุบัน โทนเนอร์ประเภทนี้มีหลายระดับความเข้มข้น ตั้งแต่สูตรที่เหมาะกับผู้เริ่มต้นใช้ จนถึงสูตรที่มีความเข้มข้นสูงสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจน
ตลาดโทนเนอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม skincare ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติและกรดผลไม้ ผู้บริโภคไทยรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของส่วนผสม ทำให้โทนเนอร์ที่มี AHA BHA จากเกาหลีได้รับความนิยมสูง เนื่องจากควบคุมคุณภาพได้ตามมาตรฐาน CGMP (Cosmetic Good Manufacturing Practice) และมีสูตรที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าเหมาะกับผิวเอเชียโดยเฉพาะค่ะ

ส่วนผสมหลักที่ทำให้โทนเนอร์กรดผลไม้ได้ผลจริง
1. Glycolic Acid (AHA)
Glycolic acid เป็น AHA ที่มีโมเลกุลเล็กที่สุด ทำให้ซึมเข้าผิวได้ลึกและมีประสิทธิภาพสูงในการผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดริ้วรอยเล็กๆ รอยดำ และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ในความเข้มข้น 5-10% เหมาะสำหรับผิวที่เริ่มคุ้นเคยกับกรด ส่วนในความเข้มข้นต่ำกว่า 5% ช่วยเติมความชุ่มชื้นและปรับผิวให้เรียบเนียน
2. Lactic Acid (AHA)
Lactic acid เป็น AHA ที่อ่อนโยนกว่า glycolic acid มีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิวพร้อมกับเติมความชุ่มชื้นให้ผิวในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหรือผิวที่เพิ่งเริ่มใช้ AHA เป็นครั้งแรก ช่วยปรับ skin texture ให้ละเอียดขึ้นโดยไม่ทำให้ผิวระคายเคืองมากนัก
3. Salicylic Acid (BHA)
Salicylic acid เป็น BHA ที่ละลายในน้ำมัน ทำให้สามารถเข้าทำความสะอาดรูขุมขนได้ลึกกว่า AHA ช่วยลดสิว ควบคุมความมัน และทำความสะอาดรูขุมขนที่อุดตัน ในความเข้มข้น 1-2% ถือว่าเหมาะสมสำหรับผิวมันและผิวที่มีปัญหาสิว และสามารถใช้ร่วมกับ AHA ในสูตรเดียวกันได้ในระดับความเข้มข้นที่เหมาะสม
4. Beta-Glucan
Beta-glucan เป็นส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมปกป้องผิวจากการระคายเคืองที่อาจเกิดจากกรด ช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นและลดการสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้สูตรโทนเนอร์กรดผลไม้มีความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์และการดูแลผิวให้ชุ่มชื้น
5. Niacinamide
Niacinamide (Vitamin B3) ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดรอยดำ และเสริม barrier ของผิวให้แข็งแรงขึ้น เมื่อใช้ร่วมกับ AHA BHA จะช่วยลดการระคายเคืองและทำให้ผิวดูสว่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
6. Centella Asiatica Extract
Centella asiatica หรือสมอไทย เป็นส่วนผสมที่ช่วยลดการระคายเคืองของผิว ลดการอักเสบ และเสริมการซ่อมแซมผิวหน้า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสูตรโทนเนอร์กรดผลไม้ที่อาจทำให้ผิวระคายเคืองเล็กน้อยในช่วงแรกของการใช้งาน

วิธีเริ่มต้นผลิตโทนเนอร์กรดผลไม้แบรนด์ของตัวเองจากเกาหลี
การเริ่มต้นผลิตโทนเนอร์ AHA BHA จากเกาหลีมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อนเกินไป ผู้ประกอบการไทยสามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้ค่ะ
ขั้นตอนที่ 1 กำหนดคอนเซ็ปต์และสูตรผลิตภัณฑ์
เริ่มต้นจากการกำหนดคอนเซ็ปต์ของแบรนด์และสูตรที่ต้องการ เลือกว่าต้องการเน้นผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม เลือกความเข้มข้นของ AHA BHA ที่เหมาะสม และเลือกส่วนผสมเพิ่มเติม เช่น niacinamide, beta-glucan หรือ centella asiatica จากนั้นปรึกษากับโรงงานในเกาหลีเพื่อขอรับสูตรตัวอย่างและปรับแต่งสูตรให้เหมาะกับความต้องการของตลาดไทย
ขั้นตอนที่ 2 คัดเลือกโรงงานและเซ็นสัญญา
เลือกโรงงานที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิต skincare โดยตรวจสอบมาตรฐาน CGMP และการรับรองจาก MFDS (Ministry of Food and Drug Safety) ของเกาหลี รวมถึงความสามารถในการส่งออกไปยังไทยและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เมื่อตกลงสูตรและราคาแล้ว ทำการเซ็นสัญญาผลิตและกำหนด MOQ (Minimum Order Quantity) ที่เหมาะสมค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 ออกแบบบรรจุภัณฑ์
ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์แบรนด์ เลือกขนาดและวัสดุที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ประเภทโทนเนอร์ เช่น ขวดพลาสติกหรือแก้ว ฝาปิดแบบ pump หรือ flip-top รวมถึงออกแบบฉลากให้มีข้อมูลครบถ้วนตามกฎหมายไทย ทั้งส่วนประกอบ วิธีใช้ และคำเตือน
ขั้นตอนที่ 4 จดทะเบียน อย. และเริ่มจำหน่าย
นำผลิตภัณฑ์เข้ามายังประเทศไทยและดำเนินการจดทะเบียน อย. ตามประเภทผลิตภัณฑ์ โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น สูตรส่วนประกอบ ใบรับรองจากโรงงาน วิธีการผลิต และผลการทดสอบความปลอดภัย เมื่อได้รับอนุมัติ อย. แล้ว สามารถเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ค่ะ

ข้อกฎหมายและมาตรฐานที่ต้องรู้
การผลิตและจำหน่ายโทนเนอร์กรดผลไม้ในประเทศไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ถูกต้องตามกฎหมายและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค
สิ่งที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ผลิตภัณฑ์ skincare รวมถึงโทนเนอร์กรดผลไม้ จัดเป็นเครื่องสำอางตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ต้องจดทะเบียน อย. ก่อนจำหน่าย โดยยื่นเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และต้องมีฉลากที่มีข้อมูลครบถ้วนตามกำหนด รวมถึงชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ ชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า วิธีใช้ เลขที่ใบรับจดทะเบียน น้ำหนักสุทธิ วันเดือนปีที่ผลิต และคำเตือน
มาตรฐานที่โรงงานต้องมี โรงงานในเกาหลีที่ผลิตเครื่องสำอางต้องได้รับการรับรอง CGMP และต้องมีการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐาน MFDS การเลือกโรงงานที่ได้มาตรฐานเหล่านี้จะช่วยให้การผลิตผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบจาก อย. ไทยค่ะ
สิ่งที่ห้ามมีในผลิตภัณฑ์ มีรายชื่อสารที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอางตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าส่วนประกอบทุกตัวในสูตรไม่อยู่ในรายชื่อห้ามใช้ โดยเฉพาะกรดในความเข้มข้นที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวหน้า
คำเตือน: การใช้โทนเนอร์กรดผลไม้ในความเข้มข้นสูงอาจทำให้ผิวระคายเคือง โดยเฉพาะเมื่อถูกแสงแดด ผู้ใช้ควรทาสเปรย์หรือครีมกันแดดร่วมด้วยเสมอ และควรเริ่มใช้ในความเข้มข้นต่ำๆ ก่อน เพื่อให้ผิวปรับตัวค่ะ
กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้โดดเด่น
ในตลาดที่มีผลิตภัณฑ์โทนเนอร์ AHA BHA จากเกาหลีหลายยี่ห้อ การสร้างความแตกต่างให้แบรนด์เป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของแบรนด์
กลยุทธ์ที่ 1 การสร้างความแตกต่างด้านสูตรและประโยชน์
เน้นจุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่ง เช่น สูตรที่มีความเข้มข้นของกรดที่เหมาะสมกับผิวไทย หรือการเพิ่มส่วนผสมพิเศษที่หายากในตลาด เช่น สารสกัดจากพืชท้องถิ่นเกาหลี หรือเทคโนโลยีการเคลือบตัวกรดให้ค่อยๆ ปล่อยออกมา ช่วยลดการระคายเคืองแต่ยังคงประสิทธิภาพ
กลยุทธ์ที่ 2 การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้น่าสนใจ
บรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งแรกที่ผู้บริโภคเห็น การออกแบบให้สวยงาม ทันสมัย และสื่อถึงคอนเซ็ปต์ของแบรนด์จะช่วยดึงดูดความสนใจได้ เน้นการออกแบบที่เรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ ใช้โทนสีที่สอดคล้องกับความเป็น K-Beauty และมีข้อมูลที่อ่านง่าย
กลยุทธ์ที่ 3 การร่วมมือกับ Influencer และ KOL
การใช้ influencer หรือ KOL ที่มีความน่าเชื่อถือในวงการ skincare ช่วยให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้รวดเร็ว เลือก influencer ที่มีความเชี่ยวชาญในด้าน skincare และมี engagement ที่ดี แทนที่จะดูแค่จำนวนผู้ติดตามอย่างเดียว
กลยุทธ์ที่ 4 การสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่า
สร้างเนื้อหาที่ให้ความรู้เกี่ยวกับกรดผลไม้และการดูแลผิว ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจประโยชน์ของผลิตภัณฑ์และสร้างความไว้วางใจในแบรนด์ เนื้อหาประเภท before-after, รีวิวจากผู้ใช้จริง และคำแนะนำในการใช้งาน จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและการตัดสินใจซื้อ

การผลิตโทนเนอร์กรดผลไม้แบรนด์ของตัวเองจากเกาหลีเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าสู่ตลาด skincare ด้วยการลงทุนที่เข้าถึงได้ โดยเริ่มจากการกำหนดคอนเซ็ปต์และสูตรที่เหมาะสม คัดเลือกโรงงานที่ได้มาตรฐาน ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่น และดำเนินการจดทะเบียน อย. อย่างถูกต้อง พร้อมกับสร้างแบรนด์ให้แตกต่างผ่านกลยุทธ์ที่เหมาะสมค่ะ
สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผลิต cosmetics จากเกาหลี สามารถติดต่อ Mewon ได้โดยตรงที่ https://mewonkoreancosmetics.com หรือ https://mewonkoreancosmetics.com/contact นะคะ

FAQ
1. ต้องลงทุนเท่าไหร่ในการเริ่มผลิตโทนเนอร์กรดผลไม้จากเกาหลี
การลงทุนเริ่มต้นขึ้นอยู่กับ MOQ และสูตรที่เลือก โดยทั่วไปการผลิตต่อครั้งอาจเริ่มต้นที่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท รวมค่าผลิต บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่ง ผู้ประกอบการควรเตรียมงบประมาณไว้สำหรับการจดทะเบียน อย. ด้วยค่ะ
2. ระยะเวลาในการผลิตและนำเข้าผลิตภัณฑ์ใช้เวลานานแค่ไหน
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2-4 เดือน ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นสูตรและรับสูตรตัวอย่าง จนถึงการผลิตและจัดส่งมายังไทย รวมถึงเวลาในการดำเนินเรื่อง อย. อีกประมาณ 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเอกสารค่ะ
3. ความเข้มข้นของ AHA BHA ที่เหมาะสำหรับผิวไทยคือเท่าไหร่
สำหรับผิวไทยที่ไม่ค่อยเคยชินกับกรด ควรเริ่มที่ความเข้มข้นต่ำ เช่น AHA 5% และ BHA 1% แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นเมื่อผิวปรับตัวได้ ทั้งนี้ควรปรึกษากับโรงงานเพื่อปรับสูตรให้เหมาะกับสภาพอากาศและผิวของคนไทยค่ะ
4. ต้องมีใบรับรองอะไรเพิ่มเติมนอกเหนือจาก อย. หรือไม่
นอกจากใบรับจดทะเบียน อย. แล้ว อาจพิจารณาขอใบรับรองมาตรฐานอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ISO 22716 สำหรับการผลิตเครื่องสำอาง หรือใบรับรองจากหน่วยงานทดสอบอื่นๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ค่ะ
5. สามารถสั่งผลิตในปริมาณน้อยได้หรือไม่
บางโรงงานในเกาหลีรองรับการผลิตในปริมาณน้อย (low MOQ) แต่ราคาต่อชิ้นจะสูงกว่าการสั่งผลิตในปริมาณมาก ผู้ประกอบการควรพิจารณา trade-off ระหว่างต้นทุนและปริมาณสินค้าที่ต้องการจำหน่ายค่ะ
Mewon Korean Cosmetics ผู้เชี่ยวชาญในการผลิตสินค้าเวชสำอางโดยโรงงานคุณภาพชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้มายาวนานกว่า 10 ปี ยินดีให้คำปรึกษาและให้บริการจัดหาเครื่องสำอางและเวชสำอางทุกชนิดจากเกาหลี สนใจติดต่อมาได้ที่ Facebook Fanpage ของเรากันได้เลยค่ะ




