
ผลิตทรีทเมนท์บำรุงผม OEM จากเกาหลี คู่มือเปิดแบรนด์ 2026
มิถุนายน 14, 2026
ผลิตแฮร์มาสก์เคราติน OEM จากเกาหลี คู่มือเปิดแบรนด์ 2026
มิถุนายน 20, 2026ไม่ว่าจะยุคไหนๆ ความนิยมในการใช้สารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ ยังคงเป็นที่ต้องการเสมอ เพราะให้ความรู้สึกปลอดภัยมากกว่าที่จะใช้ส่วนผสมทางวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว แชมพูสมุนไพรเกาหลี ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้รักสุขภาพผม ที่ต้องการการทนุถนอมเส้นผมเป็นพิเศษค่ะ
อุตสาหกรรมเครื่องสำอางเกาหลีหรือ K-Beauty ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นกว่า 13 ล้านล้านวอน (ประมาณ 390,000 ล้านบาท) ในปี 2566 โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติเติบโตถึง 18% ต่อปี สินค้าหัวข้อนี้เองที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสร้างแบรนด์ แชมพูสมุนไพรเกาหลี เป็นของตัวเองได้โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานเอง เพียงใช้บริการ OEM (Original Equipment Manufacturer) หรือ ODM (Original Design Manufacturer) จากโรงงานเกาหลีที่มีความเชี่ยวชาญด้านสูตรสมุนไพร ผู้ประกอบการสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ตั้งแต่ 3,000 ชิ้นขึ้นไป ลดต้นทุนเริ่มต้นและเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตระดับพรีเมียม
ข้อได้เปรียบสำคัญของการผลิตแชมพูสมุนไพรในสไตล์เกาหลีคือการตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น Ginseng (Panax ginseng), Green Tea (Camellia sinensis) หรือ Rosemary (Rosmarinus officinalis) ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการบำรุงหนังศีรษะและเส้นผม ในขณะเดียวกัน การสั่งผลิตจากโรงงานเกาหลียังช่วยสร้างภาพลักษณ์ K-Beauty ให้กับแบรนด์ได้โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานของตัวเอง ซึ่งเหมาะมากสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจเครื่องสำอางด้วยงบประมาณจำกัด แต่ต้องการคุณภาพระดับสากลค่ะ

แชมพูสมุนไพรเกาหลีคืออะไร และตลาดในปัจจุบันเป็นอย่างไร
แชมพูสมุนไพรเกาหลี คือผลิตภัณฑ์ล้างผมที่ใช้ส่วนผสมจากสมุนไพรและวัตถุดิบธรรมชาติเป็นหลัก โดยมีต้นกำเนิดจากปรัชญาการดูแลผิวและเส้นผมแบบ K-Beauty ที่เน้นการใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ สินค้าประเภท herbal shampoo korea มีลักษณะเด่นคือ ไม่ใช้สารเคมีที่รุนแรง เน้นสูตรอ่อนโยนต่อหนังศีรษะ และมักมีกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมค่ะ
ในตลาดปัจจุบัน ผู้บริโภคไทยหันมานิยม แชมพูสมุนไพร มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการหลีกเลี่ยงสารเคมีอย่าง Sodium Lauryl Sulfate (SLS) หรือ Paraben การผลิตแชมพูสมุนไพรจากโรงงานเกาหลีจึงช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงสูตรที่ได้รับการพัฒนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องสำอางธรรมชาติของเกาหลี ผสมผสานกับความต้องการของตลาดในประเทศไทยได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก CGMP (Cosmetic Good Manufacturing Practice) ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้มากกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไป
แนวโน้ม korean herbal shampoo ในตลาดโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 48,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 9.3% ต่อปี ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผมเป็นหนึ่งในหมวดหมู่ที่เติบโตเร็วที่สุด ผู้ประกอบการไทยที่เลือกผลิต แชมพูธรรมชาติ สูตรเกาหลีจึงอยู่ในตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องค่ะ

ส่วนผสมหลักในแชมพูสมุนไพรเกาหลีที่ผู้ประกอบการควรรู้
การเลือกส่วนผสมเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตแชมพูสมุนไพรเกาหลี เพราะส่วนผสมคือสิ่งที่แยกแยะผลิตภัณฑ์ของแบรนด์หนึ่งจากอีกแบรนด์หนึ่ง โดยส่วนผสมที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน korean herbal shampoo ได้แก่ Ginseng หรือโสมเกาหลี (Panax ginseng) ซึ่งมีสาร Ginsenoside ที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่หนังศีรษะ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม และลดการร่วงร่วง สำหรับการใช้งานในสูตรแชมพู โสมเกาหลีมักถูกสกัดเป็นสารสกัดเข้มข้น (Extract) เพื่อรักษาคุณประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนค่ะ
นอกจากโสมแล้ว Green Tea หรือน้ำชาเขียว (Camellia sinensis) ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนผสมยอดนิยมใน แชมพูสมุนไพร สาร Catechin และ EGCG (Epigallocatechin Gallate) ในน้ำชาเขียวมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเส้นผมจากรังสียูวีและมลภาวะ พร้อมทั้งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่หนังศีรษะ สำหรับผู้ที่มีปัญหารังแคหรือหนังศีรษะอักเสบ การเลือกใช้สูตรที่มีส่วนผสมของน้ำชาเขียวจะช่วยบรรเทาอาการได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ ทั้งนี้ ส่วนผสมทุกตัวควรระบุ INCI Name อย่างถูกต้องบนบรรจุภัณฑ์ เช่น Panax Ginseng Root Extract สำหรับโสม และ Camellia Sinensis Leaf Extract สำหรับชาเขียว
Rosemary หรือโรสแมรี่ (Rosmarinus officinalis) เป็นสมุนไพรอีกตัวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่ม แชมพูธรรมชาติ เพราะน้ำมันหอมระเหยจากใบโรสแมรี่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญที่หนังศีรษะ ส่งเสริมการงอกใหม่ของเส้นผม และมีคุณสมบัติต้านแบคทีเรียอย่างอ่อน ลดปัญหาหนังศีรษะมัน สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างความแตกต่าง การผสมผสานส่วนผสมหลายชนิด เช่น ทำแชมพูโสมผสมชาเขียวและโรสแมรี่ จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพครบคลุมทั้งการบำรุงเส้นผมและดูแลหนังศีรษะในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นจุดขายที่ตลาดปัจจุบันต้องการมากค่ะ
ในการเลือกผู้ผลิต OEM/ODM ผู้ประกอบการควรพิจารณาว่าโรงงานเกาหลีมีความสามารถในการพัฒนาสูตรที่ใช้ส่วนผสมออร์แกนิกที่ผ่านการรับรอง COSMOS หรือ ECOCERT หรือไม่ เพราะตลาดยุโรปและอเมริกาเริ่มกำหนดมาตรฐานด้านนี้เข้มงวดมากขึ้น การได้สูตรที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานระดับสากลจะช่วยเปิดโอกาสในการส่งออกได้ในอนาคตค่ะ

ขั้นตอนการผลิตแชมพูสมุนไพรเกาหลีผ่าน OEM/ODM
การเริ่มต้นผลิต แชมพูสมุนไพรเกาหลี ผ่านโรงงาน OEM/ODM เริ่มจากการเลือกโรงงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านสูตรสมุนไพรและมีมาตรฐานการผลิตที่ดี โดยทั่วไป โรงงานเครื่องสำอางในเกาหลีที่รับ OEM/ODM จะมีขั้นตอนการทำงานดังนี้ ขั้นแรกคือการปรึกษาและเลือกสูตร โดยโรงงานจะเสนอตัวอย่างสูตรที่มีอยู่แล้ว (เรียกว่า Ready Formulation) หรือรับพัฒนาสูตรใหม่ตามความต้องการของลูกค้า (Custom Formulation) สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการ ginseng shampoo สูตรเฉพาะ การเลือก Custom Formulation จะใช้เวลาพัฒนาประมาณ 2-3 เดือน และมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสูตร (NRE: Non-Recurring Engineering) อยู่ที่ประมาณ 3,000-8,000 ดอลลาร์สหรัฐค่ะ
หลังจากเลือกสูตรแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ผู้ประกอบการสามารถเลือกบรรจุภัณฑ์จากแคตตาล็อกของโรงงาน (Standard Packaging) หรือออกแบบใหม่ตามแบรนด์ของตัวเอง (Custom Packaging) โดยบรรจุภัณฑ์ที่นิยมในกลุ่ม แชมพูสมุนไพร มักเป็นขวดพลาสติกที่มีปั้ม (Pump Bottle) หรือซอง (Pouch) ขนาด 200-500 มิลลิลิตร สำหรับตลาด Retail และขนาดเล็กกว่า 50-100 มิลลิลิตร สำหรับตลาด Travel Size ทั้งนี้ บรรจุภัณฑ์ที่ดีไม่เพียงแต่ต้องสวยงาม แต่ยังต้องป้องกันแสงและอากาศได้ดี เพื่อรักษาประสิทธิภาพของส่วนผสมสมุนไพรค่ะ
เมื่อได้สูตรและบรรจุภัณฑ์แล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตจริง ซึ่งโรงงานที่ได้มาตรฐาน CGMP จะมีกระบวนการผลิตที่เข้มงวด ตั้งแต่การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ การผสมตามสูตรที่กำหนด การตรวจสอบคุณภาพระหว่างกระบวนการ (In-Process Quality Control) ไปจนถึงการตรวจสอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปก่อนส่งมอบ สำหรับคำสั่งซื้อครั้งแรก ค่ะ Minimum Order Quantity (MOQ) สำหรับการผลิต OEM อยู่ที่ประมาณ 3,000-5,000 ชิ้น ขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของบรรจุภัณฑ์ ราคาต่อชิ้นโดยประมาณอยู่ที่ 35-80 บาท ขึ้นอยู่กับสูตรและบรรจุภัณฑ์ที่เลือกค่ะ

ข้อกฎหมายและมาตรฐานที่ต้องรู้ก่อนยื่นอนุญาตแชมพูในประเทศไทย
ผู้ประกอบการที่ต้องการจำหน่าย แชมพูสมุนไพรเกาหลี ในประเทศไทยจำเป็นต้องยื่นข้อมูลผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนเริ่มจำหน่าย โดยต้องดำเนินการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต หรือนำเข้าเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ (Notification) ต่อ อย. ก่อนวางจำหน่ายทุกรายการ โดยไม่ต้องขออนุญาต เพียงแค่แจ้งข้อมูลให้ครบถ้วนและได้รับเลขที่ใบแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ (Notification Number) ค่ะ
ขั้นตอนการยื่นแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์เริ่มจากการจัดเตรียมเอกสาร ได้แก่ รายละเอียดสูตรส่วนผสม (INCI Name และปริมาณการใช้ทุกตัว), ใบรับรองคุณภาพจากโรงงาน (Certificate of Analysis หรือ COA), เอกสารยืนยันการผลิตในโรงงานที่ได้มาตรฐาน CGMP, รายละเอียดบรรจุภัณฑ์และฉลาก และหลักฐานการจดทะเบียนโรงงานของผู้ผลิต ทั้งนี้ ระยะเวลาดำเนินการโดยประมาณคือ 7-14 วันทำการ สำหรับการพิจารณาเอกสาร และไม่มีค่าธรรมเนียมในการยื่นแจ้งรายละเอียดค่ะ
สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือการเลือกใช้ส่วนผสมที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอางตามประกาศ อย. ผู้ประกอบการควรตรวจสอบว่าส่วนผสมทุกตัวไม่อยู่ในบัญชีห้ามใช้ โดยเฉพาะสารสกัดจากสมุนไพรบางชนิดที่อาจมีข้อจำกัดด้านความเข้มข้นหรือการใช้งานในบริเวณที่สัมผัสเยื่อบุตา นอกจากนี้ บนฉลากต้องระบุข้อมูลครบถ้วนตามกฎหมาย ได้แก่ ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิต ประเทศที่ผลิต ปริมาณสุทธิ วันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ คำเตือนในการใช้ และส่วนผสมทั้งหมดเรียงตามปริมาณจากมากไปน้อยค่ะ

กลยุทธ์ความสำเร็จในการวางตำแหน่งแชมพูสมุนไพรเกาหลีในตลาดไทย
การสร้างตำแหน่งแบรนด์ แชมพูสมุนไพรเกาหลี ในตลาดไทยต้องเริ่มจากการเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง กลุ่มผู้บริโภคหลักคือคนวัย 22-40 ปี ที่ใส่ใจในสุขภาพและความงาม นิยมสินค้าธรรมชาติ และติดตามเทรนด์ K-Beauty กลุ่มนี้มักซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop และให้ความสำคัญกับรีวิวและคำแนะนำจาก Influencer มากกว่าโฆษณาทั่วไป ผู้ประกอบการจึงควรวางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ควบคู่กับการสร้างเนื้อหาที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของส่วนผสมสมุนไพรแต่ละชนิดค่ะ
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการสร้างเรื่องราวแบรนด์ (Brand Story) ที่เชื่อมโยงกับคุณค่าของ K-Beauty และความเป็นไทย การผสมผสานจุดแข็งของสูตรเกาหลีที่มีเทคโนโลยีการผลิตล้ำหน้า กับการเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคไทยโดยตรง จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ผู้ประกอบการควรเน้นจุดขายที่ชัดเจน เช่น แชมพูโสมสูตรเฉพาะที่พัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญเกาหลี หรือ korean herbal shampoo ที่ผ่านการรับรอง CGMP และเหมาะกับหนังศีรษะของคนไทยโดยเฉพาะ การสื่อสารที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมายจะช่วยสร้างความภักดีต่อแบรนด์ได้ในระยะยาวค่ะ
การเลือกช่องทางจำหน่ายก็เป็นปัจจัยสำคัญในการประสบความสำเร็จ นอกจากช่องทางออนไลน์แล้ว การเข้าถึงร้านค้าความงาม (Beauty Store) และห้องเสริมสวย (Salon) ก็เป็นช่องทางที่ควรพิจารณา ร้านความงามชั้นนำในไทย เช่น ร้าน Eve and Boy, Konvy หรือ Beautrium ล้วนเปิดรับแบรนด์ใหม่ที่มีคุณภาพและเรื่องราวน่าสนใจ สำหรับการเจรจากับร้านค้าปลีก ผู้ประกอบการควรเตรียมเอกสารครบถ้วน ได้แก่ ใบรับรอง อย., COA, ภาพถ่ายผลิตภัณฑ์ และแผนการตลาด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือค่ะ
การผลิตแชมพูสมุนไพรเกาหลีของตัวเองเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทย เพราะตลาดมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนผสมอย่าง Ginseng (Panax ginseng), Green Tea (Camellia sinensis) และ Rosemary (Rosmarinus officinalis) ล้วนมีประสิทธิภาพได้รับการพิสูจน์ และตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ การใช้บริการ OEM/ODM จากโรงงานเกาหลีที่ได้มาตรฐาน CGMP ช่วยลดต้นทุนเริ่มต้น เข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง และได้สูตรที่พัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญค่ะ
ข้อกำหนด อย. ไทยไม่ซับซ้อนเกินไป เพียงยื่นแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์และได้รับ Notification Number ก็สามารถจำหน่ายได้ แต่ต้องให้ความสำคัญกับการเลือกส่วนผสมที่ไม่ตกอยู่ในบัญชีห้าม พร้อมทั้งเตรียมเอกสารครบถ้วนตั้งแต่เริ่มต้น การสร้างแบรนด์ที่มีเรื่องราวชัดเจน ผสมผสานจุดแข็งของ K-Beauty กับความเข้าใจตลาดไทย จะช่วยให้ แชมพูสมุนไพรเกาหลี ของแบรนด์ท่านประสบความสำเร็จในระยะยาวค่ะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Thai FDA — How to Apply for Permission on Cosmetics
- Wikipedia — K-Beauty (Korean Cosmetics Industry)
- Thai FDA — What are Cosmetics? (Definition and Scope)
คำถามที่พบบ่อย
1. การผลิตแชมพูสมุนไพรเกาหลีผ่าน OEM ต้องลงทุนเท่าไหร่?
การเริ่มต้นผลิต แชมพูสมุนไพรเกาหลี ผ่านโรงงาน OEM ในเกาหลี ค่าใช้จ่ายหลักประกอบด้วยค่าพัฒนาสูตร (NRE) ประมาณ 3,000-8,000 ดอลลาร์สหรัฐ บวกค่าพลาสติกหรือบรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่งและศุลกากร รวมถึงค่ายื่น อย. ในไทย สำหรับคำสั่งซื้อขั้นต่ำ (MOQ) อยู่ที่ประมาณ 3,000-5,000 ชิ้น ราคาต่อชิ้นโดยประมาณ 35-80 บาท ขึ้นอยู่กับสูตรและบรรจุภัณฑ์ที่เลือกค่ะ
2. ยื่นอนุญาตแชมพูกับ อย. ใช้เวลานานแค่ไหน?
การยื่นแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Notification) ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 7-14 วันทำการ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการยื่น สำหรับแชมพูสมุนไพร ที่ใช้ส่วนผสมทั่วไปที่ไม่ตกอยู่ในบัญชีห้าม กระบวนการมักราบรื่นและรวดเร็วค่ะ
3. Ginseng และโรสแมรี่ในแชมพูมีประโยชน์อย่างไรต่อเส้นผม?
Ginseng (Panax ginseng) หรือโสมเกาหลีมีสาร Ginsenoside ที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่หนังศีรษะ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่ และลดการร่วงของเส้นผม ส่วน Rosemary (Rosmarinus officinalis) หรือโรสแมรี่มีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญที่หนังศีรษะ ลดการอุดตันของรูขุมขน และมีคุณสมบัติต้านแบคทีเรียอ่อน ช่วยดูแลหนังศีรษะมันและลดรังแคค่ะ
4. ทำไมควรเลือกโรงงานเกาหลีในการผลิตแชมพูสมุนไพร?
โรงงานเครื่องสำอางในเกาหลีมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสูตรสมุนไพรสูง เนื่องจากอุตสาหกรรม K-Beauty มีการวิจัยและพัฒนาส่วนผสมจากธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะส่วนผสมจาก Ginseng และ Green Tea ที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาหลี นอกจากนี้ โรงงานที่ได้มาตรฐาน CGMP ยังมีระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ แชมพูสมุนไพรเกาหลี ของแบรนด์ท่านได้คุณภาพระดับสากลค่ะ
5. ขายแชมพูสมุนไพรในไทย ต้องมีอะไรบ้างนอกจากใบ อย.?
นอกจากใบแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Notification Number) จาก อย. แล้ว ผู้ประกอบการควรมีหนังสือรับรองคุณภาพจากโรงงาน (COA) สำหรับใช้ในการเจรจากับร้านค้าปลีก ภาพถ่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสำหรับใช้ในการตลาดออนไลน์ และแผนการสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน เพื่อให้การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ แชมพูสมุนไพรเกาหลี เป็นไปอย่างราบรื่นและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ค่ะ
คำเตือน: ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทุกรายการที่จำหน่ายในประเทศไทยต้องได้รับใบแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Notification Number) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนวางจำหน่าย ผู้ประกอบการมีหน้าที่ตามกฎหมายในการแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วนและถูกต้อง รวมถึงต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคทุกประการค่ะ
Mewon Korean Cosmetics ผู้เชี่ยวชาญในการผลิตสินค้าเวชสำอางโดยโรงงานคุณภาพชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้มายาวนานกว่า 10 ปี ยินดีให้คำปรึกษาและให้บริการจัดหาเครื่องสำอางและเวชสำอางทุกชนิดจากเกาหลี สนใจติดต่อมาได้ที่ Facebook Fanpage ของเรากันได้เลยค่ะ




