
เซรั่มวิตามินซีใช้ตอนไหนดีที่สุด วิธีใช้ให้ได้ผลจริง
ตุลาคม 21, 2025
ครีมกลางคืนกับเซรั่ม ใช้อะไรก่อน ลำดับสกินแคร์ที่ถูกต้อง
พฤศจิกายน 3, 2025เราเคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมผิวหน้าบางคนดูเรียบเนียน รูขุมขนเล็กกระชับ แต่เราดูแลผิวมาตลอดแล้วยังไม่เห็นผล อาจเป็นเพราะเรายังไม่ได้รู้จักกับ Niacinamide ไนอะซินาไมด์ สารตัวเดียวที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูขุมขนกว้าง ผิวมัน หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ การเข้าใจว่าไนอะซินาไมด์คืออะไรและใช้อย่างไร จะช่วยให้เราเลือกผลิตภัณฑ์ได้ตรงกับปัญหาผิว และประหยัดเวลาในการทดลองผิดทดลองถูกด้วยคะ
Niacinamide คืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยมในวงการความงาม
Niacinamide ไนอะซินาไมด์ คือวิตามินบี3 หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Nicotinamide ซึ่งเป็นสารที่ละลายน้ำได้ดี ร่างกายเราสามารถดูดซึมและใช้ประโยชน์ได้ทันที สารตัวนี้มีความพิเศษตรงที่สามารถทำงานได้หลายระดับภายในผิวหนัง ตั้งแต่ชั้นผิวบนสุดไปจนถึงชั้นผิวกลาง ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เห็นชัดเจนและครบถ้วน

วิตามินบี3 นี้ทำงานโดยการกระตุ้นการผลิต ceramide และกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับผิว ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของ skin barrier หรือชั้นป้องกันผิว เมื่อชั้นป้องกันผิวแข็งแรง ผิวก็จะสามารถรักษาความชุ่มชื้นได้ดี ลดการสูญเสียน้ำ และป้องกันสารก่อระคายเคืองจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันบนผิว ทำให้ผิวมันลดลงและรูขุมขนดูกระชับขึ้นด้วยคะ
การที่ไนอะซินาไมด์ได้รับความนิยมสูงในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มาจากการที่มีงานวิจัยรองรับมากมายถึงประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือเป็นสารที่อ่อนโยนต่อผิว เหมาะกับทุกสภาพผิว รวมถึงผิวแพ้ง่ายด้วย ซึ่งต่างจากสารบางตัวที่อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ง่าย แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำทั้งจากเกาหลีและทั่วโลก จึงนำไนอะซินาไมด์มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเซรั่ม โทนเนอร์ หรือครีมบำรุง

ความพิเศษอีกอย่างของสารตัวนี้คือ สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น ไม่ทำให้ผิวไวแสงเหมือนกรดบางชนิด และยังช่วยเสริมฤทธิ์กับสารบำรุงผิวตัวอื่นได้ด้วย ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นและใช้งานง่ายสำหรับคนที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่ซับซ้อนแต่ได้ผลจริงคะ
ประโยชน์ของไนอะซินาไมด์ต่อผิวหน้ามีอะไรบ้าง
การรู้จักประโยชน์ของไนอะซินาไมด์จะช่วยให้เราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้ตรงจุดกับปัญหาผิวมากขึ้นคะ ประโยชน์หลักที่พิสูจน์ได้จากงานวิจัยมีหลายด้านด้วยกัน
ประโยชน์แรกที่เห็นผลชัดเจนคือ การลดรูขุมขน เมื่อผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป รูขุมขนจะถูกดันให้กว้างออก ไนอะซินาไมด์ช่วยควบคุมการสร้างน้ำมันของต่อมไขมันใต้ผิว ทำให้รูขุมขนค่อยๆ กระชับตัวและดูเล็กลงภายในระยะเวลา 8-12 สัปดาห์ของการใช้อย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์นี้เกิดจากการที่ผิวได้รับสมดุลที่ดีขึ้น ไม่ใช่การบีบหรือทำให้รูขุมขนหดตัวแบบชั่วคราวคะ

ประโยชน์ที่สองคือ การปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและเพิ่ม brightening ให้ผิว สารตัวนี้สามารถยับยั้งการถ่ายโอนเม็ดสีเมลานินจากเซลล์สร้างเม็ดสีไปยังเซลล์ผิวหนังชั้นบน ทำให้รอยดำจากสิว จุดด่างดำ หรือผิวหมองคล้ำค่อยๆ จางลงได้ โดยไม่ทำให้ผิวระคายเคืองเหมือนสารฟอกผิวบางชนิด การใช้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสและมีชีวิตชีวาขึ้นคะ
สำหรับคนที่มีปัญหาสิวหรือผิวอักเสบ ไนอะซินาไมด์ยังมีคุณสมบัติในการลดการอักเสบและช่วยสงบผิว การศึกษาพบว่าความเข้มข้น 4-5 เปอร์เซ็นต์สามารถลดอาการสิวอักเสบได้ใกล้เคียงกับยาสิวทาบางชนิด แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่ามาก นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของชั้นป้องกันผิว ทำให้ผิวมีความต้านทานต่อแบคทีเรียและสิ่งก่อระคายเคืองได้ดีขึ้นด้วย
ประโยชน์ที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ไนอะซินาไมด์ช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยได้เช่นกัน การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินภายในชั้นผิวกลาง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเต่งตึงขึ้น เส้นริ้วรอยเล็กๆ ดูตื้นลง และผิวโดยรวมดูอ่อนเยาว์กว่าวัยจริง สารตัวนี้จึงเหมาะกับคนที่กำลังมองหา anti-aging serum ที่ไม่ต้องใช้สารที่แรงจนเกินไปคะ
เลือกความเข้มข้นของ Niacinamide อย่างไรให้เหมาะกับผิว
การเลือกความเข้มข้นของไนอะซินาไมด์ให้เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ดีและไม่ทำให้ผิวระคายเคืองคะ ปัจจุบันในท้องตลาดจะพบผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นตั้งแต่ 2 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์
สำหรับผิวที่เพิ่งเริ่มใช้ไนอะซินาไมด์ หรือผิวแพ้ง่าย ควรเริ่มต้นที่ความเข้มข้น 2-5 เปอร์เซ็นต์ก่อน ความเข้มข้นนี้เพียงพอที่จะให้ประโยชน์ต่อผิว โดยเฉพาะในเรื่องของการเสริมสร้างชั้นป้องกันผิวและควบคุมความมัน โดยมีโอกาสเกิดการระคายเคืองน้อยมาก การใช้ความเข้มข้นที่ต่ำกว่าในช่วงแรกจะช่วยให้ผิวปรับตัวและเราสามารถสังเกตปฏิกิริยาของผิวได้ดีขึ้น

เมื่อผิวคุ้นเคยกับสารตัวนี้แล้ว และต้องการผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจนขึ้น สามารถเลือกใช้ความเข้มข้น 5-7 เปอร์เซ็นต์ได้ ช่วงความเข้มข้นนี้เหมาะสำหรับการแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น รูขุมขนกว้าง รอยดำจากสิว หรือผิวหมองคล้ำ งานวิจัยส่วนใหญ่ที่แสดงผลลัพธ์ที่ดีมักใช้ความเข้มข้นในช่วงนี้คะ
สำหรับ 10% niacinamide ที่กำลังได้รับความนิยมในตลาดเครื่องสำอาง ความเข้มข้นนี้เหมาะสำหรับผิวที่มีปัญหาค่อนข้างมากและต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว แต่ผิวบางคนอาจเกิดอาการแพ้ได้ เช่น ผื่นแดง คัน หรือรู้สึกแสบร้อน หากใช้ความเข้มข้นสูงเกินไป ดังนั้นการเริ่มจากความเข้มข้นต่ำกว่าก่อนจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า และหากผิวสามารถทนได้ดีก็ค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นขึ้นภายหลังคะ
นอกจากความเข้มข้นแล้ว การมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอื่นเสริมก็สำคัญเช่นกัน เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งไนอะซินาไมด์และ hyaluronic acid จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว หรือผลิตภัณฑ์ที่มี zinc เสริมจะช่วยเรื่องการควบคุมความมันได้ดีขึ้น การอ่านส่วนผสมจึงช่วยให้เราเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้ตรงจุดมากที่สุดคะ
ใช้ไนอะซินาไมด์กับวิตามินซีได้ไหม วิธีใช้ร่วมกันอย่างถูกต้อง
คำถามที่เราได้ยินบ่อยที่สุดเกี่ยวกับไนอะซินาไมด์คือ การใช้ร่วมกับวิตามินซีได้หรือไม่คะ ในอดีตมีความเชื่อว่าทั้งสองสารนี้ไม่ควรใช้ร่วมกันเพราะจะทำปฏิกิริยากันและลดประสิทธิภาพของทั้งสอง แต่ความจริงตามงานวิจัยสมัยใหม่พบว่า การใช้ร่วมกับวิตามินซีทำได้และให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อผิวด้วยซ้ำคะ

ความเข้าใจผิดในอดีตเกิดจากการศึกษาเก่าที่ทำภายใต้สภาวะที่มีความร้อนสูงและค่า pH ที่ต่ำมาก ซึ่งไม่ใช่สภาวะปกติของการใช้ผลิตภัณฑ์บนผิว ในความเป็นจริง ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาในปัจจุบันมีการปรับสูตรให้เสถียร และการใช้ทั้งสองสารร่วมกันจะช่วยเสริมฤทธิ์กัน โดยไนอะซินาไมด์ช่วยลดการระคายเคืองที่อาจเกิดจากวิตามินซี และวิตามินซีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอยิ่งขึ้น
วิธีใช้ร่วมกันที่แนะนำคือ หากใช้เป็น brightening serum หรือเซรั่มลดสิว ควรทาวิตามินซีก่อน เพราะวิตามินซีส่วนใหญ่มีค่า pH ที่ต่ำกว่า ซึ่งต้องการสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดเพื่อให้ซึมซาบได้ดี จากนั้นรอประมาณ 5-10 นาทีเพื่อให้วิตามินซีดูดซึมเข้าผิวก่อน แล้วจึงทาไนอะซินาไมด์ตามลงมา อีกทางเลือกหนึ่งคือใช้วิตามินซีตอนเช้าและไนอะซินาไมด์ตอนเย็น เพื่อแยกช่วงเวลาการใช้ให้ชัดเจนคะ
สำหรับผิวแพ้ง่าย การเริ่มใช้ทั้งสองสารพร้อมกันอาจทำให้ผิวรู้สึกระคายเคืองได้ วิธีที่ปลอดภัยคือเริ่มใช้สารหนึ่งสารใดก่อนเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ เมื่อผิวปรับตัวแล้วจึงค่อยเพิ่มอีกสารหนึ่งเข้ามา การทำแบบนี้จะช่วยให้เราสังเกตได้ว่าผิวตอบสนองกับสารแต่ละตัวอย่างไร และหากเกิดการระคายเคืองก็จะรู้ได้ว่าเกิดจากสารตัวไหนคะ
อีกเคล็ดลับหนึ่งคือ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งสองสารรวมอยู่ในสูตรเดียวกัน แบรนด์เครื่องสำอางหลายแบรนด์ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งไนอะซินาไมด์และวิตามินซีในอัตราส่วนที่เหมาะสม ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการทาเป็นชั้นหรือรอเวลาระหว่างการใช้ และผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักได้รับการทดสอบแล้วว่าสารทั้งสองทำงานร่วมกันได้ดีโดยไม่ลดประสิทธิภาพคะ
ข้อควรระวังและวิธีใช้ผลิตภัณฑ์ไนอะซินาไมด์ให้ได้ผลดี
แม้ว่าไนอะซินาไมด์จะเป็นสารที่อ่อนโยนและเหมาะกับทุกสภาพผิว แต่การใช้อย่างถูกวิธีจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดโอกาสเกิดปัญหาคะ
ข้อแรกที่ควรจำคือ อย่าเริ่มใช้ความเข้มข้นสูงทันที แม้ว่าจะเห็นผลิตภัณฑ์ความเข้มข้น 10 เปอร์เซ็นต์กำลังเป็นที่นิยมก็ตาม การเริ่มจากความเข้มข้นที่ต่ำกว่าจะช่วยให้ผิวปรับตัวได้ดีกว่า บางคนที่ใช้ความเข้มข้นสูงตั้งแต่แรกอาจพบว่าผิวเกิดอาการแดง ระคายเคือง หรือลอกเป็นขุยได้ ซึ่งไม่ได้แปลว่าสารตัวนี้ไม่เหมาะกับผิว แต่อาจหมายถึงควรลดความเข้มข้นลงหรือลดความถี่ในการใช้คะ
การใช้ครั้งแรกควรทดสอบที่บริเวณเล็กๆ ก่อน เช่น หลังหู หรือใต้คาง เพื่อดูว่าผิวมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร หากใช้แล้วไม่มีอาการแพ้ภายใน 24 ชั่วโมง ก็สามารถใช้บนใบหน้าได้ วิธีนี้จะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับใบหน้าทั้งหน้าได้คะ
เมื่อเริ่มใช้ไนอะซินาไมด์ ไม่ควรใช้สารบำรุงผิวตัวใหม่หลายตัวพร้อมกันในเวลาเดียวกัน การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ทีละตัวจะช่วยให้เราสังเกตได้ว่าผิวตอบสนองกับสารแต่ละตัวอย่างไร และหากเกิดปัญหาก็จะรู้ได้ว่าสารตัวไหนเป็นสาเหตุ ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์ระหว่างการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่แต่ละตัวคะ
การใช้ Niacinamide ไนอะซินาไมด์ควรใช้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ดี โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 4-8 สัปดาห์ของการใช้ อย่าคาดหวังว่าจะเห็นผลทันทีภายในสัปดาห์แรก เพราะการซ่อมแซมผิวและปรับสมดุลต่างๆ ต้องใช้เวลา การอดทนและใช้อย่างต่อเนื่องจะให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าคะ
สำหรับขั้นตอนการใช้ ควรทาไนอะซินาไมด์หลังจากทำความสะอาดผิวและใช้โทนเนอร์แล้ว โดยทาเป็นชั้นบางๆ ให้ทั่วใบหน้าและคอ จากนั้นรอให้ซึมซาบประมาณ 1-2 นาที ก่อนทาผลิตภัณฑ์ชั้นถัดไป เช่น ครีมบำรุง หรือครีมกันแดด การทาเป็นชั้นบางๆ จะช่วยให้ซึมซาบได้ดีกว่าการทาหนาๆ ในครั้งเดียวคะ
หากผิวเกิดการระคายเคืองระหว่างการใช้ ไม่จำเป็นต้องหยุดใช้ทันที ลองลดความถี่ในการใช้ลงก่อน เช่น จากใช้วันละ 2 ครั้งเป็นวันละ 1 ครั้ง หรือใช้เว้นวันไปก่อน เมื่อผิวปรับตัวได้แล้วค่อยเพิ่มความถี่กลับมาตามเดิม วิธีนี้จะช่วยให้เราสามารถใช้ไนอะซินาไมด์ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดใช้คะ
การรู้จักไนอะซินาไมด์และใช้อย่างถูกวิธีจะช่วยให้เราดูแลผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดรูขุมขน คุมมัน หรือปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหมาะกับสภาพผิว รวมถึงการใช้อย่างสม่ำเสมอ จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หากสนใจเลือกผลิตภัณฑ์ไนอะซินาไมด์จากเกาหลีที่มีคุณภาพ สามารถดูตัวเลือกได้ที่ นำเข้าผลิตภัณฑ์เกาหลี นะคะ
Mewon Korean Cosmetics ผู้เชี่ยวชาญในการผลิตสินค้าเวชสำอางโดยโรงงานคุณภาพชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้มายาวนานกว่า 10 ปี ยินดีให้คำปรึกษาและให้บริการจัดหาเครื่องสำอางและเวชสำอางทุกชนิดจากเกาหลี สนใจติดต่อมาได้ที่ Facebook Fanpage ของเรากันได้เลยค่ะ




